คู่มือคนเลี้ยงไก่ชนเพิ่มกล้าม
อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามที่ได้ผลต้องจัดโปรตีน พลังงาน น้ำ และแร่ธาตุให้สมดุล ไม่ใช่เร่งโปรตีนอย่างเดียว โดยแนวทางนี้เหมาะกับผู้เลี้ยงไก่ชนในประเทศไทยที่ต้องการพัฒนามวลกล้ามเนื้อและการฟื้นตัวโดยไม่ทำร้ายตั...
คู่มือคนเลี้ยงไก่ชนเพิ่มกล้าม
อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามที่ได้ผลต้องจัดโปรตีน พลังงาน น้ำ และแร่ธาตุให้สมดุล ไม่ใช่เร่งโปรตีนอย่างเดียว โดยแนวทางนี้เหมาะกับผู้เลี้ยงไก่ชนในประเทศไทยที่ต้องการพัฒนามวลกล้ามเนื้อและการฟื้นตัวโดยไม่ทำร้ายตับหรือไต สูตรพื้นฐานควรมีโปรตีนประมาณ 16–18% สำหรับไก่โตที่ฝึกสม่ำเสมอ ไขมันราว 3–5% และน้ำสะอาดตลอดวัน ข้าวโพดช่วยเติมพลังงาน ถั่วเหลืองช่วยเพิ่มกรดอะมิโน ส่วนข้าวเปลือกหรือรำต้องใช้ในสัดส่วนพอดีเพื่อลดพลังงานเกิน ควรเปลี่ยนอาหารทีละน้อยภายใน 5–7 วัน และติดตามน้ำหนัก มูล ความอยากอาหาร และการฟื้นตัวหลังออกกำลัง คู่มือไก่ชนแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เมื่อไก่ผอมเร็ว ซึม หรือกินอาหารผิดปกติ ข้อสรุปใช้งานได้ทันทีคือเลือกอาหารครบโภชนาการ ชั่งปริมาณ และอย่าใช้ยาหรือสารเร่งกล้ามโดยพลการ

“สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากอาหารชิ้นเดียว แต่เกิดจากการจัดการทั้งระบบ” นี่คือหลักคิดที่ควรยึดก่อนเริ่มเพิ่มกล้ามให้ไก่ชน เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้สร้างจากโปรตีนล้วน ๆ หากพลังงานไม่พอ ร่างกายจะนำโปรตีนไปใช้เป็นเชื้อเพลิงแทน และถ้าน้ำไม่พอ การย่อยอาหารกับการฟื้นตัวก็สะดุดทันที กรมปศุสัตว์ของไทยให้ความสำคัญกับอาหาร น้ำ โรงเรือน และสุขอนามัยเป็นระบบเดียวกัน ขณะที่ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เน้นว่าการจัดการสุขภาพสัตว์ต้องป้องกันปัญหาก่อนเกิด ไม่ใช่รอรักษาเมื่ออาการหนัก ดังนั้นเป้าหมายที่เหมาะสมไม่ใช่ “ตัวใหญ่เร็วที่สุด” แต่คือกล้ามแน่น น้ำหนักคงที่ เคลื่อนไหวคล่อง และฟื้นตัวได้ดีหลังการออกกำลัง (สั้น ๆ แต่ชัดเจนดีกว่า)
หากต้องการวางพื้นฐานการเลี้ยงให้ครบตั้งแต่โรงเรือนจนถึงการฝึก ลองดูเนื้อหาจาก คู่มือไก่ชน ในหัวข้อ คู่มือเริ่มเลี้ยงไก่ชนสำหรับมือใหม่ ก่อนปรับสูตรอาหารจริง
ตารางเปรียบเทียบสูตรอาหารไก่ชนเพิ่มกล้าม
| แนวทาง | จุดเด่น | ความเสี่ยง | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| อาหารสำเร็จรูปครบสูตร | สารอาหารสม่ำเสมอ อ่านฉลากง่าย | ต้นทุนสูงกว่า | ผู้เลี้ยงที่ต้องการควบคุมแม่นยำ |
| ธัญพืชผสมเอง | ปรับข้าวโพด ข้าวเปลือก และถั่วเหลืองได้ | โปรตีนและแร่ธาตุอาจไม่สมดุล | ผู้มีเครื่องชั่งและความรู้โภชนาการ |
| สูตรโปรตีนสูง | ช่วยรองรับการสร้างกล้ามเมื่อพลังงานพอ | เสี่ยงอ้วน มูลเหม็น หรือภาระไตหากใช้เกิน | ช่วงฝึกฟื้นตัวภายใต้การควบคุม |
| อาหารเสริมเฉพาะจุด | แก้การขาดสารบางชนิดได้ | ซ้ำซ้อนกับอาหารหลักง่าย | ใช้เมื่อมีเหตุผลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ |
ตารางนี้ชี้ประเด็นสำคัญมาก: ไม่มีสูตรเดียวที่ดีที่สุดสำหรับไก่ทุกตัว อาหารสำเร็จรูปครบสูตรมักควบคุมคุณภาพง่ายกว่า ส่วนการผสมเองเหมาะกับคนที่ตรวจวัตถุดิบได้จริง ไม่ใช่ตักตามความรู้สึกแล้วหวังว่ากล้ามจะมาเอง สำหรับไก่ชนโตที่ฝึกระดับปานกลาง อาหารรวมประมาณ 80–120 กรัมต่อตัวต่อวันอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ติดตามได้ แต่ต้องปรับตามน้ำหนัก สายพันธุ์ อุณหภูมิ และกิจกรรม ไม่ควรยึดตัวเลขตายตัว การอ่านฉลากให้ดูโปรตีน ไขมัน เยื่อใย เถ้า วันผลิต และแหล่งผลิต โดยเฉพาะอาหารที่เก็บในอากาศชื้นของประเทศไทย เพราะเชื้อราและสารพิษอะฟลาทอกซินเป็นความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม แหล่งข้อมูล: คู่มือความปลอดภัยอาหารสัตว์ของกรมปศุสัตว์
สรุปสัดส่วนที่ควรดูเป็นอันดับแรก
- โปรตีน: ประมาณ 16–18% สำหรับไก่โตที่ออกกำลังสม่ำเสมอ
- ไขมัน: ราว 3–5% เพื่อเติมพลังงานโดยไม่เร่งความอ้วน
- น้ำสะอาด: ต้องมีให้กินตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน
- แคลเซียมและฟอสฟอรัส: ต้องสมดุล ไม่เติมกระดูกป่นหรือเปลือกหอยแบบเดาสุ่ม
- วิตามินและแร่ธาตุ: ใช้ตามฉลาก ไม่ซ้อนหลายผลิตภัณฑ์โดยไม่จำเป็น
รอบที่หนึ่ง: โปรตีนชนิดใดช่วยสร้างกล้ามจริง?
โปรตีนที่ช่วยสร้างกล้ามไก่ชนได้จริงต้องมีกรดอะมิโนจำเป็นครบและมีพลังงานร่วมพอ ไม่ใช่ดูแค่เปอร์เซ็นต์โปรตีนบนถุงอาหาร ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใช้บ่อยคือกากถั่วเหลือง ปลาป่นคุณภาพดี และอาหารสำเร็จรูปสำหรับไก่โต แต่ละอย่างมีคุณภาพต่างกันตามการแปรรูป ความชื้น และการปนเปื้อน กากถั่วเหลืองให้กรดอะมิโนที่เหมาะกับการสร้างเนื้อเยื่อมากกว่าธัญพืชหลายชนิด ขณะที่ปลาป่นอาจช่วยเพิ่มโปรตีนแต่ต้องตรวจกลิ่นหืนและแหล่งที่มา การเติมโปรตีนมากเกินไปไม่ได้แปลว่ากล้ามจะเพิ่มเป็นเส้นตรง เพราะเมื่อพลังงานไม่สมดุล ไก่อาจผอมลง มูลเปียก หรือกินน้ำมากผิดปกติ หลักโภชนาการของ สภาวิจัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ใช้แนวคิด “ความต้องการสารอาหาร” มากกว่าการไล่ตัวเลขสารอาหารเพียงตัวเดียว ดังนั้นผู้เลี้ยงควรดูสภาพตัวจริงควบคู่กับฉลากเสมอ
สูตรวัตถุดิบแบบเข้าใจง่าย
- ใช้อาหารสำเร็จรูปครบสูตรเป็นฐานหลัก เพื่อให้วิตามินและแร่ธาตุไม่หลุดจากเป้าหมาย
- เติมข้าวโพดในปริมาณพอดี เมื่อไก่ต้องใช้พลังงานจากการฝึกมากขึ้น
- ใช้ถั่วเหลืองหรือกากถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีน โดยต้องผ่านความร้อนอย่างเหมาะสม
- ลดรำหรือข้าวเปลือก หากมูลมาก ท้องป่อง หรือน้ำหนักเพิ่มจากไขมันแทนกล้าม
- บันทึกปริมาณอาหาร น้ำหนัก และการฟื้นตัวทุก 7 วัน
ประเด็นที่คนเลี้ยงมักพลาดคือการนำเนื้อดิบ ไข่ดิบ หรืออาหารคนเค็มจัดมาเสริมเป็นประจำ วิธีนี้ไม่ได้รับประกันการสร้างกล้าม และเพิ่มความเสี่ยงเชื้อโรค ไขมันเกิน หรือโซเดียมสูงได้ หากต้องการเสริมไข่ต้มควรให้เป็นสัดส่วนเล็กน้อย ไม่แทนอาหารครบสูตร และไม่ใช้อาหารค้างคืน อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามควรผ่านการชั่งอย่างน้อยในช่วงเริ่มต้น เพื่อดูว่าไก่ตอบสนองต่อสูตรอย่างไร ความรู้จาก คู่มือสัตวแพทย์เมอร์ค อธิบายว่าความต้องการอาหารสัตว์ปีกเปลี่ยนตามอายุ การผลิต ความเครียด และสภาพแวดล้อม จึงไม่มีเหตุผลที่จะใช้สูตรเดียวตลอดปี สำหรับข้อมูลการฝึกและการดูแลหลังออกกำลัง อ่าน เทคนิคฟื้นฟูไก่ชนหลังการฝึก ประกอบกันจะเห็นภาพครบกว่า

อยากเลือกวัตถุดิบให้แม่นขึ้นหรือไม่ เริ่มจากตรวจฉลาก วันผลิต และสภาพการเก็บรักษาก่อนซื้อทุกครั้ง
รอบที่สอง: ให้อาหารอย่างไรให้กล้ามแน่นแต่ไม่อ้วน?
การให้อาหารเพื่อเพิ่มกล้ามควรแบ่งตามกิจกรรมและสภาพร่างกาย ไม่ใช่เพิ่มปริมาณทันที โดยทั่วไปไก่ชนโตอาจแบ่งอาหารเป็น 2 มื้อหลักในช่วงเช้าและเย็น แล้วจัดน้ำสะอาดให้เข้าถึงได้ตลอดวัน หากมีการฝึก ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารมื้อใหญ่ใกล้เวลาขยับตัว เพราะท้องเต็มทำให้ไม่สบายและเคลื่อนไหวช้าลง หลังฝึกควรให้พัก ดื่มน้ำ และค่อยให้อาหารย่อยง่ายตามความเหมาะสม จุดวัดที่ใช้งานจริงคือกระดูกอก กล้ามอก ความกระชับของต้นขา น้ำหนัก และความกระตือรือร้น ไม่ใช่ดูเพียงขนาดตัวจากภายนอก หากน้ำหนักขึ้นเร็วแต่กล้ามนิ่ม ไขมันหน้าท้องเพิ่ม หรือหอบง่าย แปลว่าพลังงานเกิน การลดอาหารลงเล็กน้อยและเพิ่มการเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไปปลอดภัยกว่าการอดอาหารทันที
สัญญาณว่าปริมาณอาหารยังไม่เหมาะ
- น้ำหนักลดต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ แม้กินอาหารตามปกติ
- มูลเปียกมาก กลิ่นแรง หรือมีสีผิดปกติ
- ขนหยาบ ตาไม่สด และฟื้นตัวช้าหลังออกกำลัง
- ท้องแน่น ไขมันสะสม หรือเคลื่อนไหวเชื่องช้า
- กินน้ำมากผิดปกติร่วมกับซึมและผอมลง
ข้อมูลเชิงปฏิบัติที่ช่วยลดความผิดพลาดคือการเปลี่ยนอาหารแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใน 5–7 วัน โดยวันแรกใช้อาหารเดิมเป็นสัดส่วนมาก แล้วเพิ่มสูตรใหม่ทีละขั้น วิธีนี้ลดโอกาสท้องเสียจากการเปลี่ยนวัตถุดิบกะทันหัน อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคืออากาศร้อนในภาคกลางและภาคอีสาน ไก่จะใช้น้ำมากขึ้นและกินอาหารลดลงเมื่ออุณหภูมิสูง โรงเรือนจึงต้องมีลมถ่ายเท ร่มเงา และภาชนะน้ำที่ล้างทุกวัน ควรทิ้งอาหารที่เปียกหรือค้างในคอก เพราะเชื้อราเติบโตได้เร็ว การบันทึกน้ำหนักเวลาเดิมทุกสัปดาห์ช่วยแยก “กล้ามเพิ่ม” ออกจาก “น้ำหนักขึ้นเพราะอาหารค้างในทางเดินอาหาร” ได้อย่างเป็นระบบ
รอบที่สาม: แร่ธาตุ น้ำ และการฟื้นตัวสำคัญแค่ไหน?
น้ำและแร่ธาตุมีความสำคัญต่อการเพิ่มกล้ามไม่แพ้โปรตีน เพราะช่วยควบคุมอุณหภูมิ การหดตัวของกล้ามเนื้อ และการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ไก่ที่ขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจกินอาหารลดลงและเคลื่อนไหวแย่ลงได้ ส่วนแคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม และโพแทสเซียมต้องอยู่ในระดับสมดุล การเติมเกลือแร่หลายยี่ห้อพร้อมกันจึงไม่ใช่ทางลัดที่ดี อาหารสำเร็จรูปครบสูตรมักมีสารเหล่านี้อยู่แล้ว การเสริมเพิ่มควรมีเหตุผลชัดเจน เช่น สัตวแพทย์แนะนำ หรือมีภาวะสูญเสียจากอากาศร้อนและการออกแรงมาก หลักการจาก องค์การอนามัยสัตว์โลก ระบุว่าการดูแลสวัสดิภาพสัตว์รวมถึงการเข้าถึงน้ำ อาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งเป็นพื้นฐานของการฟื้นตัว ไม่ใช่รายละเอียดรอง
“การป้องกันดีกว่าการรักษา” เป็นข้อความสั้นที่ใช้ได้ตรงกับการเก็บอาหารอย่างมาก ถังอาหารควรปิดสนิท ยกพ้นพื้น และวางในพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดดหรือฝน วัตถุดิบอย่างข้าวโพด ถั่วเหลือง และรำควรตรวจกลิ่น สี ก้อนชื้น และร่องรอยแมลงก่อนใช้ กรณีที่พบเชื้อราหรือกลิ่นหืน อย่าหวังว่าการตากแดดจะกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด เพราะสารพิษบางชนิดทนความร้อนและยังเป็นอันตรายต่อไก่ได้ นี่คือข้อมูลเชิงปฏิบัติที่มักไม่มีในบทความสูตรอาหารทั่วไป และเป็นเหตุผลว่าทำไมต้นทุนอาหารที่ถูกผิดปกติอาจแพงกว่าในระยะยาว หากไก่มีอาการซึม อาเจียน มูลผิดปกติ หรือหยุดกิน ควรแยกสังเกตและติดต่อสัตวแพทย์ ไม่ควรแก้ด้วยยาหรือวิตามินเข้มข้นแบบเดาสุ่ม

อ่านต่อได้ที่ วิธีดูแลสุขภาพไก่ชนและป้องกันโรคจากโรงเรือน เพื่อเชื่อมเรื่องอาหารเข้ากับสุขอนามัยแบบครบวงจร
คะแนนสุดท้าย: ใครควรเลือกสูตรแบบใด?
อาหารสำเร็จรูปครบสูตรเหมาะกับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการความสม่ำเสมอ ส่วนสูตรผสมเองเหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีเครื่องชั่ง ตรวจวัตถุดิบ และคำนวณสารอาหารได้จริง ทั้งสองทางสร้างกล้ามได้ หากควบคุมโปรตีน พลังงาน น้ำ และแร่ธาตุร่วมกัน การเลือกสูตรควรอิงน้ำหนัก อายุ ระดับการฝึก และสภาพอากาศ ไม่ใช่กระแสจากคลิปหรือคำโฆษณาว่า “เร่งกล้ามในไม่กี่วัน” สำหรับไก่ที่มีโรคประจำตัว ผอมเร็ว หรือมีอาการผิดปกติ การปรึกษาสัตวแพทย์มีค่ากว่าการซื้ออาหารเสริมหลายกระปุก เพราะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและลดการใช้สารซ้ำซ้อน คู่มือไก่ชนควรเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสายพันธุ์ การฝึก กฎสนาม และการดูแลอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่สนับสนุนการใช้สารต้องห้ามหรือการฝืนสภาพร่างกายสัตว์
เช็กลิสต์ก่อนเริ่มสูตรเพิ่มกล้าม
- ชั่งน้ำหนักและประเมินสภาพกล้ามก่อนปรับอาหาร
- เลือกอาหารที่มีฉลากชัดเจนและวันผลิตตรวจสอบได้
- ตั้งเป้าโปรตีนราว 16–18% สำหรับไก่โตที่ฝึกสม่ำเสมอ
- เปลี่ยนสูตรใหม่ทีละน้อย 5–7 วัน
- จัดน้ำสะอาดและโรงเรือนระบายอากาศดี
- จดน้ำหนัก มูล ความอยากอาหาร และการฟื้นตัวทุกสัปดาห์
- หยุดสูตรและขอคำแนะนำเมื่อไก่ซึม ผอมเร็ว หรือกินน้ำผิดปกติ
บทสรุปแบบไม่อ้อมค้อมคือ “กล้ามแน่น” มาจากอาหารครบ การฝึกพอดี การพัก และการจัดการที่สะอาดร่วมกัน โปรตีนสูงอย่างเดียวไม่ช่วย หากพลังงานไม่พอ น้ำไม่สะอาด หรืออาหารมีเชื้อรา เป้าหมายที่ดีควรเป็นร่างกายแข็งแรง เคลื่อนไหวคล่อง และฟื้นตัวสม่ำเสมอ โดยไม่ใช้ยาเร่งหรืออาหารเสริมเกินความจำเป็น หากต้องการศึกษาต่อเรื่องโภชนาการเฉพาะช่วงวัย ให้ดู ตารางอาหารไก่ชนตามอายุและระดับการฝึก แล้วนำข้อมูลไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้จริง
หากพร้อมเริ่มอย่างเป็นระบบ ให้บันทึกสูตร ปริมาณ และการเปลี่ยนแปลงของไก่ตั้งแต่วันนี้ จะได้รู้ว่าอะไรได้ผลจริง ไม่ต้องเดาให้เสียอาหาร
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามคืออะไร?
ตอบ: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามคืออาหารที่ให้โปรตีน พลังงาน แร่ธาตุ วิตามิน และน้ำอย่างสมดุล เพื่อรองรับการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ อาหารหลักควรมีโปรตีนประมาณ 16–18% สำหรับไก่โตที่ฝึกสม่ำเสมอ และไม่ควรพึ่งวัตถุดิบชนิดเดียว ข้าวโพดช่วยเพิ่มพลังงาน ส่วนถั่วเหลืองช่วยเสริมกรดอะมิโน แต่ต้องใช้ร่วมกับอาหารครบสูตรและติดตามน้ำหนัก มูล รวมถึงความกระตือรือร้นของไก่ การเพิ่มโปรตีนอย่างเดียวอาจทำให้ต้นทุนสูงและเกิดปัญหาสุขภาพได้
ถาม: จะให้อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามอย่างไร?
ตอบ: ควรแบ่งอาหารเป็น 2 มื้อหลัก ชั่งปริมาณตามน้ำหนักและกิจกรรม แล้วเปลี่ยนสูตรใหม่ภายใน 5–7 วัน การให้อาหารควรห่างจากการฝึกหนักพอสมควรเพื่อไม่ให้ท้องเต็มเกินไป หลังฝึกต้องมีน้ำสะอาดและเวลาพักก่อนให้อาหารมื้อถัดไป ควรบันทึกน้ำหนักและสภาพกล้ามทุก 7 วัน หากน้ำหนักเพิ่มเร็วแต่เคลื่อนไหวช้าหรือมีไขมันมาก ให้ลดพลังงานลงเล็กน้อยแทนการอดอาหารทันที
ถาม: โปรตีนสูงกับอาหารครบสูตร แบบไหนดีกว่ากัน?
ตอบ: อาหารครบสูตรมักเหมาะกว่าโปรตีนสูงล้วน เพราะให้โปรตีน พลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุสมดุลกว่า โปรตีนสูงจะมีประโยชน์เมื่อไก่ได้รับพลังงานเพียงพอและมีการฝึกเหมาะสม แต่ไม่ควรเพิ่มโดยไม่ดูฉลากหรืออาการของไก่ กากถั่วเหลืองและปลาป่นเป็นแหล่งโปรตีนที่ใช้ได้เมื่อคุณภาพดีและไม่ปนเปื้อน ผู้เลี้ยงมือใหม่ควรเริ่มจากอาหารสำเร็จรูปที่มีข้อมูลชัดเจน แล้วค่อยปรับสูตรเมื่อมีความรู้และเครื่องชั่งพร้อม
ถาม: ทำไมไก่กินอาหารเพิ่มกล้ามแล้วไม่แข็งแรงขึ้น?
ตอบ: สาเหตุอาจมาจากพลังงานไม่พอ น้ำไม่สะอาด การฝึกหนักเกินไป อาหารเสื่อมคุณภาพ หรือมีโรคแฝง ไม่ใช่ทุกกรณีที่แก้ด้วยการเพิ่มโปรตีนได้ หากไก่ผอมเร็ว มูลผิดปกติ ซึม หรือกินน้ำมาก ควรแยกสังเกตและปรึกษาสัตวแพทย์ทันที ตรวจวันผลิตอาหาร กลิ่นหืน ความชื้น และการเก็บรักษาด้วย เพราะเชื้อราและสารพิษอะฟลาทอกซินอาจทำให้การเติบโตสะดุด แม้สูตรบนฉลากจะดูดี
ถาม: อาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?
ตอบ: ค่าใช้จ่ายขึ้นกับยี่ห้ออาหาร ปริมาณการกิน และการใช้วัตถุดิบเสริม โดยอาหารสำเร็จรูปครบสูตรมักมีต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงกว่าสูตรผสมเอง แต่ลดความเสี่ยงจากการคำนวณสารอาหารผิดพลาด สูตรผสมเองต้องรวมค่าอาหารโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน เครื่องชั่ง และการสูญเสียวัตถุดิบด้วย ไม่ควรเลือกของถูกจากถุงไม่มีฉลากหรืออาหารที่มีกลิ่นผิดปกติ เพราะความเสียหายจากไก่ป่วยอาจสูงกว่าส่วนต่างราคา
ถาม: จำเป็นต้องให้อาหารเสริมและเกลือแร่ทุกวันหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมหรือเกลือแร่ทุกวัน หากอาหารหลักครบสูตรและไก่มีน้ำสะอาดเพียงพอ การเสริมหลายผลิตภัณฑ์อาจทำให้วิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิดเกิน และทำให้ผู้เลี้ยงมองข้ามปัญหาอาหารหลัก โรงเรือน หรือโรค หากอากาศร้อนจัดหรือไก่สูญเสียน้ำจากการออกแรง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจนและใช้ตามคำแนะนำ ห้ามใช้ยาหรือสารเร่งกล้ามโดยพลการ เพราะเสี่ยงต่อสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์
ถาม: เก็บอาหารไก่ชนอย่างไรไม่ให้เสีย?
ตอบ: ควรเก็บอาหารในถังปิดสนิท ยกพ้นพื้น อยู่ในพื้นที่แห้ง เย็น และมีอากาศถ่ายเท อาหารเปียก อาหารมีกลิ่นหืน หรือมีเชื้อราควรทิ้งทันที ไม่ควรนำไปตากแล้วกลับมาใช้ เพราะสารพิษบางชนิดไม่หายด้วยความร้อน ควรซื้อในปริมาณที่ใช้หมดภายในระยะเหมาะสมและตรวจวันผลิตทุกครั้ง ล้างภาชนะอาหารและน้ำเป็นประจำ พร้อมป้องกันหนู แมลง และความชื้น เพื่อรักษาคุณภาพอาหารไก่ชนเพิ่มกล้ามตลอดรอบการเลี้ยง
สิ้นสุดรายงานพิเศษ
ขอบคุณที่อ่านบทความจากคลังเอกสารของเรา